Saturday, 7 November 2009

G6PD ลูกตัวเหลือง






เป็นพ่อคนใหม่ครับ การมีลูกสักคนเนี่ยมันก็มีความวิตกกังวลมากมาย เราอยากให้ลูกเกิดมาสมบูรณ์พร้อม ก่อนเกิดก็ไป Ultrasound ดูประมาณ 10 รอบ(หมอเป็นญาติกัน เลยทำฟรี) แขน ขา อวัยวะครบ ก็มากังวลต่อว่าจะออกมาสมบูรณ์ไหม พอธรรศออกมา หมอก็แจ้งว่าสมบูรณ์ดี ก็สบายใจไปเปลาะนึก วันต่อมาหมอมาบอกว่าเป็น G6PD นะเม็ดเลือดแตกง่าย แต่ไม่เป็นไรมาก แต่แพ้ยาบางกลุ่มกับ ถั่วปากอ้าแล้วก็ลูกเหม็น หมอบอกไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไร แต่เดินกลับมาเปิดเน็ตดู บางคนบอกว่าเป็นกรรมพันธ์ ถ้าเป็นไปได้คนที่เป็นไม่ควรมีลูกเพราะต้องดูแลตลอดไป!!~ เริ่มฟังดุร้ายแรง ..... เลยไปถามหมอสูติ หมอบอกว่า "เลิกถามว่าทำไมลูกเราถึงเป็น แต่ให้ถามว่าจะอยู่กับมันอย่างไร" โอย...โดนอีก แกว่าคนอื่นเค้าเป็นมากกว่านี้มากมาย การที่เกิดมาพร้อม defect แค่นี่มันเรื่องเล็ก โอกาสเกิดปากแหว่งเพดนโหว่ 1% ของประชากร ...และสถิติโรคร้ายแรงอีกมากมาย ทำให้เห็นว่าเรื่องนี้มันเรื่องเล็กจริงด้วย กับทัศนคติในการรับปัญหาถ้ามัวแต่ถามว่าทำไมต้องเป็นเรา มันคงไม่มีคำตอบ และไม่มีประโยชน์ที่จะถาม...

ต่อมาธรรศก็ตัวเหลือง ต้องเข้าส่องไฟ ...สาเหตุส่วนหนึ่งมาจาก G6PD นี่แหละ พอเม็ดเลือดแตกจะเป็นสารเหลือง ทำให้มีมากกว่าคนทั่วไป...เอาละสิ ส่องไฟอยู่ราว 5 วัน ธรรศอายุได้ 7 วัน กลับบ้นพร้อมค่าตัวเหลือง 9 ...อยู่บ้านได้ 3 วัน ถึงแม้ว่าจะพยายามพาไปตากแดดเช้าเย็นเพื่อรับแสง UV ก็ไม่ได้ผล

แม่เริ่มสังเกตุว่าลูกตัวเหลืองขึ้น พยาบาลบอกว่าถ้าเหลืองถึงขาให้กลับมาตรวจ กดๆดูที่ขาเหลืองแฮะ รีบพาไป รพ. หาหมอ หมอก็ให้เจาะเลือดตรวจค่าเหลือง บอกว่า ต่ำสิบก็ไม่ต้องห่วง ...วัดได้ 14 หมอก็ให้ Admid ไปส่องไฟต่อ...ระหว่างส่องไฟก็ถามพยาบาลว่าสูงไหม 14 เนี่ย เค้าก็ว่าไม่สูง ถ้า รพ.ทั่วไป ค่าเกิน 18 ค่อยส่องไฟ ยิ่งอายุเกิน 10 วันเนี่ยไม่ต้องห่วงเลย แต่ "หมอวิตก แม่วิตก" ก็เข้าล๊อกแหละค่ะ !! โหย โดนมากๆ ส่องไฟไปอีก 3 วัน โดนไปหมื่นหก ค่านอยด์.....

พอจะออกพยาบาลว่าไม่ต้องมาแล้วนะ (ถึงจะเหลืองอีกสักเดือนก็ไม่ต้องนอยด์)..........

No comments:

Post a Comment