Wednesday, 18 November 2009

น้องธรรศออกเดือน


น้องธรรศอายุจะครบเดือนแล้วครับ วันที่17 พ.ย. 52 ก็ได้ฤกษ์ออกเดือน ก็ต้องไปไหว้เจ้า เพื่อขอให้เจ้าคุ้มครอง อากง อาม่า เตรียมหมูเห็ดเป็ดไก่ ไหว้เจ้าเยอะมากๆ พอเสร็จแล้วก็ย้ายมาพักที่โรงน้ำแข็ง ต่อไปก็จะอาศัยอยู่ที่โรงน้ำแข็งแทน เพราะมีพี่ๆอยู่หลายคน อยู่โรงน้ำแข็งอากาศดี ธรรศเลยนอนทั้งวัน พอเจออาแป๊ะอุ้ยก็ถือกรรไกรมาเลย มาโกนผมไฟให้ธรรศ ทีแรกที่ก็กรรไกร แต่ผมเยอะจัดเลยใช้บัตตาเลี่ยนเสียเลย โกนซะเรียบเลยครับ เสร็จแล้วก็เป็นอย่างที่เห็นนี้แหละครับ ธรรศยังไม่ชินกับหัวเลี่ยนๆเย็นๆ เลยทำหน้างงๆ อยู่ครับ!

ช่วงนี้ผมก็ทยอยใส่เสื้อใหม่ที่ได้รับจากพี่ๆครับ พี่อ้อมให้มาหลายชุด วันนี้ใส่ชุดลิงแดงก่อน พี่ปุ๊ก ก็ให้ชุดวัวปีฉลูมาครับ ใส่แล้วอุ่นสบายรับลมหนาวพอดี

Monday, 16 November 2009

ได้ชื่อจีนแล้วครับ

หลังจากเกิดมาได้เกือบเดือนในที่่สุดป๊าก็เลือกชื่อจีน(+ชื่อเล่น) ได้แล้ว
จากเวลาตกฟาก คำนวณดวงดาว และธาตุทั่งสี่แล้ว คำนวณมาได้ว่าขาดธาตุน้ำ จำเป็นต้องเสริมด้วยน้ำ (ไม่รู้ว่าขาดได้ไง ป๊า กะ ม๊า เป็นนักดำน้ำทั้งคู่ แถมเจอกันตอนไปดำน้ำอีก)

ตัวเลือกมี จุ้ย แปลว่า น้ำ อากงตั้งให้
ง้วน แปลว่า ผืนน้ำ
จิว แปลว่า มหาสมุทร

สรุปว่า ป๊าฟันธงเลือก จุ้ย จึงได้ชื่อจีนว่า โค้ว เกี๋ยง จิว

Saturday, 7 November 2009

เด็กครึ่งเดือน ไม่ยอมนอนร้องกวนทุกชั่วโมง

น้องธรรศช่วงนี้ไม่ยอมนอนเลย จะทานนมนานมาก....ครั้งนึงเกือบชั่วโมง ทานไปหลับไปต้องคอยกระตุ้น พอให้นอนก็นอนได้แค่ชั่วโมงเดียว ร้องเสียงดังมาก... ก็ต้องให้นมอีก เป็นอย่างนี้สักพักแม่เริ่มไม่ไหวสิ เพราะไม่ได้นอน น้ำนมก็เริ่มน้อยลง แม้ว่าจะมีการโด๊บการด้วยอาหารสารพัด ทั้งหัวปลี ปลาทอด น้ำขิง กวยเจ็ง(ซุปไก่) ตัวก็ชักเหลืองขึ้นอีก ย่าก็เริ่มว่าแล้วว่าต้องฝึกนิสัย ทานให้เป็นเวลา ....

ทำไงล่ะ ก็เปิดหนังสือที่ซื้อมาเต็มบ้าน อ่านมากมายก็เลี้ยงไม่เป็นอยู่ดี แต่เจออยู่เล่มนึงคือ สารานุกรมการเลี้ยงดูเด็ก เล่มนี้เค้าเขียนดีจริง มีปัญหาอะไรเปิดก็มักจะได้คำตอบดีๆ ซึ่งคราวนี้ก็เจอว่าควรทดลองให้ดื่มน้ำ ประมาณ 5o cc ถ้าเด็กร้องโดยเว้นระยะไม่ถึง 2 ชั่วโมง ได้ผล!! น้องธรรศหลับปุ๋ยเลย แสดงว่าน้ำนมแม่เริ่มน้อยลงจากการนอนไม่พอจริงๆ วิธีนี้จะช่วยให้แม่ได้พักและกลับมามีน้ำนมเหมือนเดิม และฝึกนิสัยลูกให้กินเป็นเวลาด้วย ตอนนี้ทั้งแม่และลูกหลับทั้งคู่.......

G6PD ลูกตัวเหลือง






เป็นพ่อคนใหม่ครับ การมีลูกสักคนเนี่ยมันก็มีความวิตกกังวลมากมาย เราอยากให้ลูกเกิดมาสมบูรณ์พร้อม ก่อนเกิดก็ไป Ultrasound ดูประมาณ 10 รอบ(หมอเป็นญาติกัน เลยทำฟรี) แขน ขา อวัยวะครบ ก็มากังวลต่อว่าจะออกมาสมบูรณ์ไหม พอธรรศออกมา หมอก็แจ้งว่าสมบูรณ์ดี ก็สบายใจไปเปลาะนึก วันต่อมาหมอมาบอกว่าเป็น G6PD นะเม็ดเลือดแตกง่าย แต่ไม่เป็นไรมาก แต่แพ้ยาบางกลุ่มกับ ถั่วปากอ้าแล้วก็ลูกเหม็น หมอบอกไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไร แต่เดินกลับมาเปิดเน็ตดู บางคนบอกว่าเป็นกรรมพันธ์ ถ้าเป็นไปได้คนที่เป็นไม่ควรมีลูกเพราะต้องดูแลตลอดไป!!~ เริ่มฟังดุร้ายแรง ..... เลยไปถามหมอสูติ หมอบอกว่า "เลิกถามว่าทำไมลูกเราถึงเป็น แต่ให้ถามว่าจะอยู่กับมันอย่างไร" โอย...โดนอีก แกว่าคนอื่นเค้าเป็นมากกว่านี้มากมาย การที่เกิดมาพร้อม defect แค่นี่มันเรื่องเล็ก โอกาสเกิดปากแหว่งเพดนโหว่ 1% ของประชากร ...และสถิติโรคร้ายแรงอีกมากมาย ทำให้เห็นว่าเรื่องนี้มันเรื่องเล็กจริงด้วย กับทัศนคติในการรับปัญหาถ้ามัวแต่ถามว่าทำไมต้องเป็นเรา มันคงไม่มีคำตอบ และไม่มีประโยชน์ที่จะถาม...

ต่อมาธรรศก็ตัวเหลือง ต้องเข้าส่องไฟ ...สาเหตุส่วนหนึ่งมาจาก G6PD นี่แหละ พอเม็ดเลือดแตกจะเป็นสารเหลือง ทำให้มีมากกว่าคนทั่วไป...เอาละสิ ส่องไฟอยู่ราว 5 วัน ธรรศอายุได้ 7 วัน กลับบ้นพร้อมค่าตัวเหลือง 9 ...อยู่บ้านได้ 3 วัน ถึงแม้ว่าจะพยายามพาไปตากแดดเช้าเย็นเพื่อรับแสง UV ก็ไม่ได้ผล

แม่เริ่มสังเกตุว่าลูกตัวเหลืองขึ้น พยาบาลบอกว่าถ้าเหลืองถึงขาให้กลับมาตรวจ กดๆดูที่ขาเหลืองแฮะ รีบพาไป รพ. หาหมอ หมอก็ให้เจาะเลือดตรวจค่าเหลือง บอกว่า ต่ำสิบก็ไม่ต้องห่วง ...วัดได้ 14 หมอก็ให้ Admid ไปส่องไฟต่อ...ระหว่างส่องไฟก็ถามพยาบาลว่าสูงไหม 14 เนี่ย เค้าก็ว่าไม่สูง ถ้า รพ.ทั่วไป ค่าเกิน 18 ค่อยส่องไฟ ยิ่งอายุเกิน 10 วันเนี่ยไม่ต้องห่วงเลย แต่ "หมอวิตก แม่วิตก" ก็เข้าล๊อกแหละค่ะ !! โหย โดนมากๆ ส่องไฟไปอีก 3 วัน โดนไปหมื่นหก ค่านอยด์.....

พอจะออกพยาบาลว่าไม่ต้องมาแล้วนะ (ถึงจะเหลืองอีกสักเดือนก็ไม่ต้องนอยด์)..........